ถ้าพูดถึงหนังสยองขวัญคลาสสิกที่สร้างความสะพรึงให้คนดูมาหลายชั่วอายุคน หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ Texas Chainsaw Massacre (1974) รวมอยู่ด้วย และในปี 2013 ก็มีภาคต่อที่พยายามจะสานต่อตำนานนั้นในชื่อ สิงหาต้องสับ หรือ Texas Chainsaw 3D หนังเรื่องนี้ทำหน้าที่เป็นภาคต่อโดยตรงจากต้นฉบับ โดยข้ามเหตุการณ์ในภาคก่อนหน้านี้ทั้งหมด และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น 10 ปีหลังจากเหตุการณ์สยองขวัญในครอบครัวซอว์เยอร์
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1974 หลังจากเหตุการณ์ในหนังต้นฉบับ ชาวบ้านในเมืองนิวมาร์ติน รัฐเท็กซัส ได้รวมตัวกันล้างแค้นครอบครัวซอว์เยอร์ โดยการเผาบ้านและสังหารทุกคนที่อยู่ในนั้น แต่ทว่าเด็กชายคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์รอดชีวิตมาได้ และได้รับการเลี้ยงดูโดยครอบครัวหนึ่ง
สิบปีต่อมา เฮเทอร์ มิลเลอร์ (รับบทโดย Alexandra Daddario) หญิงสาวจากเมืองหลวงได้รับจดหมายจากทนายความแจ้งว่าเธอได้รับมรดกจากยายที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน นั่นคือคฤหาสน์หลังใหญ่ในเท็กซัส เฮเทอร์ชวนเพื่อนสนิทสามคนเดินทางไปรับมรดก แต่เมื่อไปถึงพวกเขากลับพบว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่บ้านเก่าแก่ธรรมดา แต่เป็นสถานที่หลบซ่อนของฆาตกรโรคจิตผู้ใช้เลื่อยไฟฟ้าที่รู้จักกันในชื่อ เลทเธอร์เฟซ และการมาเยือนของพวกเขากลับเป็นการเปิดประตูสู่ฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำของเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นที่จดจำเพราะอเล็กซานดรา ดาดดาริโอ ซึ่งรับบทเฮเทอร์ เธอมีลุคที่สวยโดดเด่นและสามารถถ่ายทอดความกลัวออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามบทของเฮเทอร์ถูกเขียนมาให้เป็นตัวละครที่ค่อนข้างไร้เดียงสาและตัดสินใจไม่สมเหตุสมผลในหลายจุด ซึ่งทำให้ผู้ชมอาจรู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเห็นใจ
ในส่วนของนักแสดงสมทบ เช่น เทรย์ ซองซ์ ในบทไรอัน และ ทาเนีย เรย์มอนด์ ในบทนิกกี้ ก็ทำหน้าที่ได้ตามมาตรฐานของหนังสยองขวัญวัยรุ่น คือเป็นเหยื่อที่รอวันตายเท่านั้น ไม่มีมิติใดเป็นพิเศษ ส่วนตัวละครที่เป็นตำนานอย่างเลทเธอร์เฟซ แม้จะกลับมาในภาคนี้ แต่กลับไม่น่ากลัวเท่าภาคแรก เพราะหนังพยายามจะอธิบายที่มาที่ไปของเขาจนทำให้ความลึกลับและความดิบหายไป
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
จอห์น ลูเอสเซนฮอป ผู้กำกับ พยายามนำเสนอหนังในรูปแบบ 3D ที่กำลังเป็นกระแสในยุคนั้น แต่ก็ไม่สามารถซ่อนจุดอ่อนของบทหนังได้ งานภาพมีทั้งมุมกล้องที่สวยและฉากที่ดูเชย โดยเฉพาะการใช้เทคนิคกล้องสั่นในบางฉากที่ทำให้รู้สึกมึนมากกว่าตื่นเต้น
ดนตรีประกอบโดย จอห์น ฟริซเซลล์ ซึ่งเคยทำงานในหนังสยองขวัญมาแล้วหลายเรื่อง แต่มาในภาคนี้กลับไม่โดดเด่นเท่าที่ควร เสียงเลื่อยไฟฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่ แต่ดนตรีประกอบไม่ได้ช่วยเพิ่มความตึงเครียดมากนัก ทำให้บรรยากาศโดยรวมของหนังขาดความอึดอัดและกดดันแบบที่หนังต้นฉบับทำได้
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิงหาต้องสับ พยายามจะเชื่อมโยงกับต้นฉบับโดยการสร้างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากหนังปี 1974 แต่การข้ามประวัติศาสตร์ของภาคอื่นๆ ไปเลยทำให้แฟนหนังที่ติดตามมาอาจรู้สึกสับสน และตัวหนังเองก็พยายามเล่าเรื่องที่ซับซ้อนเกินไปจนทำให้ความสยองขวัญลดลง
ประเด็นที่หลายคนวิจารณ์คือการที่หนังพยายามทำให้เลทเธอร์เฟซกลายเป็นตัวละครที่มีเหตุผลและมีปม ซึ่งเป็นการทำลายความน่ากลัวของเขาที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนของหนังต้นฉบับ นอกจากนี้การเพิ่มตัวละครอย่างนายอำเภอและนายกเทศมนตรีที่ดูเหมือนจะมีอำนาจเหนือสถานการณ์ก็ทำให้เรื่องราวดูเกินจริงและไม่สมเหตุสมผล
อย่างไรก็ตาม หนังยังมีความบันเทิงในระดับหนึ่งสำหรับคนที่ชอบหนังสยองขวัญแบบไม่ต้องคิดมาก ฉากฆ่าและการใช้เลื่อยไฟฟ้ายังคงมีความโหดและเลือดสาดตามแบบฉบับของแฟรนไชส์นี้ แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้แฟนพันธุ์แท้พอใจ
สรุป
สิงหาต้องสับ เป็นหนังสยองขวัญที่เหมาะสำหรับแฟนหนังแนวนี้ที่อยากเห็นเลทเธอร์เฟซกลับมาอีกครั้ง แต่ถ้าคุณคาดหวังความลึกซึ้งหรือความสยองขวัญแบบต้นฉบับ อาจต้องผิดหวัง หนังมีทั้งจุดดีและจุดด้อย ควรดูแบบไม่คาดหวังอะไรจะสนุกกว่า
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การกลับมาของเลทเธอร์เฟซในตำนาน
- +ฉากฆ่าที่โหดและเลือดสาดตามสไตล์
- +Alexandra Daddario สวยและมีเสน่ห์
👎 จุดด้อย
- −บทหนังอ่อนและไม่สมเหตุสมผล
- −การแสดงของนักแสดงสมทบไม่โดดเด่น
- −พยายามอธิบายที่มาของเลทเธอร์เฟซมากเกินไปจนเสียความน่ากลัว
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปี 2013
เป็นภาคต่อโดยตรงจาก Texas Chainsaw Massacre 1974 โดยข้ามเหตุการณ์ในภาคอื่นๆ ทั้งหมด
หนังเรื่องนี้เป็นภาคที่ 7 ในแฟรนไชส์ แต่เป็นภาคแรกในไทม์ไลน์ใหม่ที่ต่อจากภาคแรกโดยตรง
มีฉากสยองและเลือดสาด แต่โดยรวมไม่น่ากลัวเท่าภาคแรก เพราะเน้นความบันเทิงมากกว่าความอึดอัด